ประวัติ .นาทาน.ครับ

posted on 13 Nov 2009 11:27 by ann-master017

 

นาธาน โอมาน (Nathan Oman) หรือ นายนธัญ โอมานันท์ เกิดวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2524 เป็นลูกครึ่งไทย (นครศรีธรรมราช) - เนปาล ส่วนสูง 179 เซนติเมตร น้ำหนัก 66 กิโลกรัม เกิดและโตที่เนปาล ก่อนที่ นาธาน โอมาน จะหนีออกจากบ้านและมาอยู่ประเทศไทยเมื่อตอนอายุ 15 ปี ด้วยกระเป๋าหนึ่งใบและหัวใจกว้างๆ หนึ่งดวง

        โดยเริ่มเข้าเรียนต่อที่นานาชาติ ภูเก็ต ก่อนมาเข้าเรียนเพาะช่าง 2 ปี และย้ายไปศึกษาระดับปริญญาตรี ที่คณะครุศาสตร์ (เอกศิลปะ) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งที่เลือกเรียนคณะนี้ เพราะสมัยเด็กๆ เด็กชายนาธานชื่นชอบศิลปะมากกว่าวิชาอื่นๆ และรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ตัวเองรัก โดยหนุ่มคนนี้บอกว่าศิลปะเป็นสิ่งดีจะติดตัวเราไปทุกที่ และเขาก็รักศิลปะ พร้อมกับได้เรียนรู้ศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะที่เนปาลแวดล้อมไปด้วยศิลปะ โรงเรียนที่นั่นเน้นสอนวิชาทางศิลปะ โบราณคดี ภาษา มากกว่าคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

         
        ส่วนงานอดิเรก นาธาน โอมาน ชอบเล่นกีฬา ท่องเที่ยว รวมถึงสะสมภาพถ่าย ซีดีเพลง และผลงานตัวเอง แต่ถ้ามีเวลาว่างเขาจะชอบอ่านหนังสือ แต่งบ้าน ทำงานศิลปะ และถ้ามีเวลามากๆ เขาก็ไม่รอช้าที่จะแพ็คกระเป๋าเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ที่สำคัญเขามีความสามารถพูดได้ 5 ภาษา คือ ฝรั่งเศส, เนปาล, รัสเซีย, อังกฤษ และภาษาไทย

         
        สำหรับเส้นทางในวงการมายาของ นาธาน โอมาน 

        เริ่มด้วยการถ่ายแฟชั่นตามนิตยสาร ถ่ายโฆษณาสินค้านานาชนิด และด้วยหน้าตาที่คมเข้มจนไปสะดุดตาค่ายอาร์เอส จนชักชวนให้มาเป็นศิลปินในสังกัด

        มีอัลบั้มแรกสไตล์ป็อปร็อกชื่อ Nathan ตามมาด้วยอัลบั้มที่ 2 สิ่งที่เรียกว่าหัวใจ ซึ่งก็ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในเวลาไม่นาน และวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 ชื่อของเขาก็ปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับอีกครั้ง

        หลังจากเกิดภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่ง 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล คร่าชีวิตนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไปมากมาย ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้นก็มีผู้ที่รอดชีวิต และหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของ นาธาน โอมาน รวมอยู่ด้วย ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลายๆ รายการเชิญหนุ่มคนนี้ไปบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

        แต่จากนั้นชื่อของเขาก็ค่อยๆ จางหายไปจากแวดวงสื่อบันเทิง จะมีก็แต่กระแสเล็กๆ น้อยว่า เขาเปิดบริษัททำทัวร์ไปเที่ยวประเทศเนปาล และผลงานเขียนหนังสือเรื่อง ผมมันเด็กหลังเขา (หิมาลัย) และ โลกนี้ไม่เหงาแล้ว (Not A Lonely Planet) บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและประเทศบ้านเกิด ฝากให้แฟนๆ อ่านให้หายคิดถึง


        จนเมื่อประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ.2551 นาธาน โอมาน ได้ออกมาประกาศว่า เขาได้เล่นหนังฮอลลีวูดเรื่อง The Prince Of Red Shoe ของบริษัทบิ๊กบลู ในเครือค่ายทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟอกซ์ โดยมี วูลฟ์ กัง และ มูฮำหมัดซูอัต เป็นผู้กำกับ และแสดงร่วมกับดาราดังอย่าง บรูซ วิลลิส และ คริสติน่า ริชชี่ ทำให้ชื่อของเขากลับเข้ามาในสารระบบของวงการมายาอีกครั้ง

        แต่เมื่อเวลาผ่านไปซักระยะ ผู้คนในโลกไซเบอร์ได้ทำการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่อง The Prince Of Red Shoe แต่หนังเรื่องดังกล่าวกลับไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งบอกว่า นาธาน ไปเล่นหนังฮอลลีวูดจริงๆ จึงกลายเป็นหัวข้อถกเถียงในกระทู้เป็นวงกว้าง พร้อมๆ กับเม้าท์กัยสนุกปากว่า เขาเป็นคนลวงโลก พูดจาโกหก สร้างเรื่องขึ้นเพื่อต้องการโปรโมทตัวเอง รวมไปถึงขุดคุ้ย ประวัตินาธาน โอมาน โดยระบุว่า นาธานไม่ได้เป็นลูกครึ่งเนปาลอย่างที่กล่าวอ้าง ผนวกกับที่ดีเจสาว “เจเจ” ออกมาแฉว่าโดน นาธาน โอมาน ยักยอกเงินของร้านที่เขามีหุ้นลมรวมอยู่ด้วย ทำให้ชื่อเขากลายเป็นที่สนใจขึ้นมาอีกครั้ง

         
        แต่งานนี้ นาธาน โอมาน ก็ออกมาโต้ทันควันว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมกับจะแจ้งความกลับอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องที่มีคนกล่าวหาว่าเขาสร้างประวัติตัวเองมาหลอกคนอื่นนั้นก็ไม่ เป็นความจริง เพราะนักร้องหนุ่มยืนยันหนักแน่นว่า เป็นลูกครึ่งไทย-เนปาล พร้อมกับระบุว่า เขามีพาสปอร์ตใช้ชื่อ นธัญ โอมานันท์ ภาษาอังกฤษใช้ NATHAN OMAN และมี 2 พาสปอร์ต คือ พาสปอร์ตไทย กับโอมาน แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นพาสปอร์ตไทยแล้ว เพราะว่าอยู่เมืองไทยนาน ถือสัญชาติไทย และคุณแม่เป็นคนสตูล พ่อเป็นแขกขาว เป็นคนเนปาล

         
        ส่วนกรณีที่มีกระแสกล่าวหาว่าเขาเป็นคนลวงโลกนั้น นาธาน โอมาน เปิดใจว่า ยืนยันว่าไปถ่ายจริง แต่กระบวนการของการถ่ายหนัง ไม่จำเป็นที่จะต้องมานั่งพูดหรือมานั่งตอบโต้ว่านี่คือรูปที่ถ่ายกับ บรู๊ซ วิลลิส รูปที่ถ่ายกับ คริสติน่า ริชชี่ หนังทั้งหมดนี่คือเบื้องหลัง พูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะที่เหลือมันเป็นพีอาร์ของบริษัท มันเป็นสิทธิของเขา เราเป็นแค่คนๆ หนึ่ง และหนังเปิดกล้องไปเมื่อประมาณเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ส่วนชื่อเรื่องที่เขาตั้งไว้ คือ Red Shoe แต่ว่ายังไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องนี้หรือเปล่า แต่เขาตั้งชื่อไว้เป็นตัวอย่าง ส่วนสถานที่ถ่ายทำก็หลายประเทศ  ทุกเมืองแขกของยูเออี  มีพวกเมืองกลางทะเลทราย แทบตะวันออกกลาง อาทิ ประเทศโอมาน

 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่น่าเกิดวัน เดือนเดียวกะมันเลยเรา
ดีนะคนละปี
ใช่ๆพวกเดียวกะไอ้แม้วพวกลวงโลกเนี่ย
ล่าสุดหนีไปนอร์เวแล้วนิ
ใช้ตังค์แม่บ้านเขาไปเถอะ สงสาร
แล้วก็เด็กดักแด้ที่เสียชีวิตไปด้วยน่ะงานศพน้องเขาก็ไม่ไป ที่ยืมตังค์อ่ะไป
ชั่วจิงๆๆ
ไอ้ขอทาน จอมมาร

#5 By ตี่ตี๋ on 2009-11-14 22:25

ขอบคุณที่ช่วยกันเปิดโปง ความจริงครับ

#4 By ตือ...... on 2009-11-13 22:56

เหอะ... ไอ้คนลวงโลก
ไอ้นี่ มันพวกเดียวกับทักษิณ
เพราะมันหลอกลวงเหมือนกัน
ขอบคุณ สื่อต่างๆ และ
เจ้าของบล็อก ที่สุดจะน่ารัก จุ๊ บุ๊ จุ๊ บุ๊

#3 By ตือ...... on 2009-11-13 22:50

เหอะต้องคอยดูต่อปายเนาะ

#2 By Katuar on 2009-11-13 12:05

ข่าวช่อง 3 ขุดความจริงมาให้ดูแล้วครับ

คิดว่าตัวเองเป็นคนเมืองนอกหรือยังไงที่ต้องสร้างชื่อเสียงจากเรื่องเสียๆแล้วจะดัง เมืองนอกมันทำได้อยู่แล้ว
แต่เมืองไทยมันทำไม่ได้ ถือว่ามันโม้ แถมยังทำเรื่องเลวๆไว้เยอะ

#1 By Human on 2009-11-13 11:48